วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

ท่องเที่ยวเปิดโลกกว้างเส้นทางตะวันออก เชื่อมพรมแดน ตราด-เกาะกง


 ท่องเที่ยวเปิดโลกกว้างเส้นทางตะวันออก เชื่อมพรมแดน ตราด-เกาะกง



สวัสดีครับพบกับเรื่องราวเดินทางสายใหม่ของนักเดินทางอย่างผมอีกแล้ว วันนี้มีประสบการณ์ท่องเที่ยวกัมพูชามาเล่าสู่กันฟังเส้นทางที่ไปออกพรมแดนที่บ้านหาดเล็กจังหวัดตราด เพิ่งเคยไปครั้งแรกเหมือนกันไม่นึกว่ามันจะง่ายขนาดนี้ทำบัตรผ่านแดนเหมือนกับด่านที่แม่สายแล้วก็เข้าไปเที่ยวได้ การเดินทางของผมเริ่มเรื่องจากการเดินทางกรุงเทพฯ ไปจังหวัดตราดหลายคนที่มาเที่ยวตราดคงเลี้ยวลงไปทางแหลมงอบข้ามเกาะช้าง ส่วนหนึ่งก็คงจะไปแหลมศอกข้ามไปเที่ยวเกาะกูด แต่ถ้าได้ลองเส้นทางไปคลองใหญ่ข้ามไปเกาะกงบ้างแล้วจะติดใจเหมือนผม ชายแดนบ้านหาดเล็กอยู่สุดเขตจังหวัดตราด ถ้าขับจากกรุงเทพฯ มาถึงชายแดนเลยดูเหมือนจะไกลเกินไปแล้วถ้าข้ามแดนไปเที่ยวก็จะเที่ยวได้ไม่มากเพราะเวลามีจำกัดแผนของเราทริปนี้เลยต้องปรับนิดหน่อยเป็นมาเที่ยวทะเลคลองใหญ่แล้วนอนที่นี่ 1 คืน แล้วค่อยข้ามพรมแดนแต่เช้าเข้าเกาะกง

จากกรุงเทพฯ ขับมาตราดหาข้าวกินกันเพราะระยะทางที่ขับกันมาใช้เวลาพอดีๆ จากเช้าตรู่ก็มาถึงประมาณเที่ยงๆ จากนั้นแล้วก็ตระเวนเที่ยวเมืองตราดสักหน่อย มีสถานที่แนะนำคือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตราดเป็นศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่สร้างแบบศาลเจ้าจีน หรือเก๋งจีน แปลกกว่าที่จังหวัดอื่นๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบศิลปะสถาปัตยกรรมแบบจีนเพราะดูมีลวดลายแปลกตาและสีสันสดใสและรู้สึกชอบมังกรมาตั้งแต่เด็กๆ จากนั้นแล้วเดินทางจากเมืองตราดใช้เส้นทางมาคลองใหญ่ ระหว่างทางสายนี้มีที่เที่ยวเยอะแยะมากมายแต่คงไม่กี่คนที่รู้จัก เพื่อนๆ ที่นั่งมาในรถด้วยกันก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยมา ไม่ว่าจะแวะเข้าไปเที่ยวไหว้พระชมวัดคีรีวิหาร โบสถ์หลังใหญ่ พระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่ แล้วยังมีวิหารแบบจีนอยู่ในวัดเดียวกันก็เป็นความแปลกใหม่ของการท่องเที่ยวของพวกเรา

จากวัดคีรีวิหารออกไปตามเส้นทางเลียบทะเล โซนนี้ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าจังหวัดตราดมีชายหาดที่เที่ยวได้หลายหาดโดยที่ไม่ต้องข้ามไปเกาะ ได้แก่ หาดมุกแก้ว หาดทรายแก้ว หาดบานชื่น หาดไม้รูด หาดราชการุณย์ แล้วยังมีหาดแห่งหนึ่งเป็นหาดมหัศจรรย์มีแค่ 5 ที่ในโลกเท่านั้นคือ หาดทรายดำ ที่อยู่ทางแหลมงอบอีกด้วย ใช้เวลาเดินทางไม่นานมากเราก็ถึงทางเข้าหาดราชการุณย์ ตรงทางเข้ามีเหมือนด่านเล็กๆ ตั้งอยู่รถที่ผ่านถนนสายนี้จะมาชะลอนิดๆ ตรงทางแยกเพื่อป้องกันอุบัติเหตุเพราะหาดแห่งนี้มีคนแวะเวียนเข้ามาเที่ยวอยู่เนืองๆ ทั้งพักอยู่ในนี้และไม่ได้ค้างก็ยังแวะมาถ่ายรูปกินกาแฟ ไอติม ถือเป็นเหมือนการพักรถระหว่างการเดินทาง 



















จากหาดราชการุณย์เราเดินทางกันต่อเรื่อยๆ เวลาวันนี้ของเรามีถมเถ มากพอที่จะค่อยๆ ขับเลาะดูหาดทรายด้วยถนนเลียบทะเลเราเลี้ยวเข้าทางแยกที่มีป้ายบอกว่าหาดบานชื่น จากนั้นตั้งแต่หาดบานชื่นไปเรื่อยๆ เราใช้ถนนเลียบทะเลเป็นถนนที่เหมือนขนานกับถนน ตราด-คลองใหญ่ ตรงไหนที่สวยเราก็จอดถ่ายรูป 5 นาที 10 นาที เราก็เดินทางไปต่อ เพราะถนนสายเลียบทะเลนี้โล่งแสนโล่งปกติมีรถใช้น้อยอยู่แล้วยิ่งวันธรรมดายิ่งไม่ต้องพูดถึง ที่นี่หาดทรายสวยลงเล่นน้ำได้แต่เฉพาะช่วงมรสุมคลื่นลมแรงเล่นน้ำไม่ได้เหมือนหาดอื่นๆ ทั่วประเทศเรานั่นแหละ ละแวกนี้มีรีสอร์ทขึ้นเยอะแต่ไม่ถึงกับเยอะจนแน่นขนัดแต่ละแห่งมีการตกแต่งสวยๆ ให้เราได้เลือกพักเอาแบบให้ถูกใจไปเลย ทริปนี้เราดูๆ รีสอร์ทไว้ 2 แห่ง สวยไม่แพ้กัน คือ พบทะเลรีสอร์ท กับ แมงโก้บีช รีสอร์ท อยู่ห่างกันไม่มากเท่าไหร่ บนหาดทรายเดียวกันห้องพักตกแต่งได้ไม่ต่างกันความกว้างก็พอกันสระว่ายน้ำก็มีให้เลือกได้ตามอัธยาศัย ส่วนถ้าถามความเห็นเราพบทะเลก็ดีเพราะอยู่ใกล้กับเมืองคลองใหญ่มากกว่านิดนึงตื่นเช้าเราก็จะได้เดินทางไปบ้านหาดเล็ก (แต่ก็ใกล้กว่าไม่มากมายอะไรหรอกนะ) ในระหว่างการเดินชมรีสอร์ทเราก็ถ่ายรูปไปรอบๆ แบบชิวๆ เหมือนว่าทั้งสองรีสอร์ทเป็นรีสอร์ทที่เราพักทั้งคู่ พอถึงเวลาจะค่ำเราก็เลือกรีสอร์ทที่จะพักได้ซะทีก็จัดการเช็คอินให้เป็นที่เรียบร้อย อาหารเย็นวันนี้แนะนำให้สั่งจากรีสอร์ท เพราะที่นี่การท่องเที่ยวยังไม่บูมมากมายเหมือนที่อื่นถ้าจะออกไปกินข้างนอกบางทีมันจะลำบากแล้วถนนหนทางมันจะมืดสำหรับคนที่ไม่ใช่คนพื้นที่อาจจะงงหลงทางได้











รุ่งเช้าวันใหม่ เมื่อคืนที่ผ่านมานอนฟังเสียงคลื่นกันเพลินจนหลับไปไม่รู้เรื่องทีวีก็ลืมปิดจนมารู้ตัวตอนเสียงฝนตกตื่นมาปิดทีวีหน่อยแล้วนอนต่อ อากาศมันเย็นสบายๆ โดยไม่ต้องเร่งแอร์ให้ทำงานหนักลมที่เครื่องแอร์ดูดเข้ามาในห้องมันสบายๆ ตามสไตล์ของหน้าฝนเป็นแอร์ชื้นๆ นิดๆ ไม่เหมือนแอร์แห้งๆ ที่ต้องเอาแก้วน้ำไปตั้งไว้บนหัวนอน แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาไม่ถึงรีสอร์ทของเราซะทีเพราะด้านตะวันออกมีแนวเขากั้นเขตแดนไทยกับกัมพูชาเป็นแนวยาวบดบังแสงยามเช้าอยู่นั่นเองแต่เราก็เริ่มได้ยินเสียงนกร้องจิ๊บๆๆๆ อยู่ใกล้ๆ ห้องพักของเรามันสายพอที่นกจะออกไปหากินตามปกติของพวกมันแล้วเราเองก็ต้องเดินทางกันต่อไป ลุกจากเตียงบิดขี้เกียจซ้ายที ขวาที เดินตรงไปห้องน้ำอาบน้ำอาบท่ากินข้าวเช้าที่รีสอร์ทแล้วเดินทางกันต่อ





ผ่านเมืองคลองใหญ่จะผ่านไปชายแดนระหว่างการเดินทางขอแวะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นสิริมงคลแก่ตนและคณะ ศาลเจ้าแม่ทับทิมอำเภอคลองใหญ่เป็นสถานที่ที่เราเลือก มาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิมน้ำฝนที่ตกลงมาเมื่อคืนยังไม่แห้งพื้นยังมีน้ำนองๆ ให้เห็น เพื่อให้การเดินทางไปเที่ยวฝั่งเกาะกงของเราคุ้มค่าที่สุดเราควรจะข้ามพรมแดนให้เช้าที่สุด เช้าขนาดนี้ก็มีคนจำนวนหนึ่งมาไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิมเหมือนๆ กับเราแสดงว่าจะไปเกาะกงเหมือนกันแน่เลย ทักทายกันตามประสาคนไทยก็จริงอย่างว่าเค้าก็จะข้ามไปเที่ยวเกาะกงจริงๆ แต่โปรแกรมแตกต่างกับเรานิดหน่อยเลยไม่ได้ไปด้วยกัน





จากศาลเจ้าแม่ทับทิมไปชายแดนบ้านหาดเล็กแวะถ่ายรูปตรงส่วนที่แคบที่สุดในประเทศไทยซะนิดหน่อยแล้วเดินทางต่อถึงด่านตรวจบ้านหาดเล็กสิ่งที่ต้องใช้ในการข้ามแดนไปเที่ยวคือบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต รายละเอียดสอบถามได้เลยที่ด่านแห่งนี้ ปกติการข้ามไปเที่ยวเกาะกงวันเดย์ทริปจะทำเรื่องผ่านแบบง่ายๆ ส่วนการเที่ยวแบบค้างหลายๆ วันคงต้องศึกษารายละเอียดนิดนึง พวกเราข้ามไปค้างเกาะกง 1 คืน โดยเลือกค้างที่เกาะกงรีสอร์ทเค้ามีออฟฟิศในไทย และจะประสานงานเกี่ยวกับเอกสารผ่านแดนได้ง่ายกว่าเพราะเค้าเดินเรื่องให้เราด้วย

ยื่นบัตรประชาชนแล้วไม่นานเราได้เอกสารเรียบร้อยเราไม่ต้องเอามาถือไว้เองมีคนดูแลให้ตลอด จากด่านบ้านหาดเล็กมีรถบริการพาไปเที่ยวหลากหลายจุดในเกาะกงราคาก็แล้วแต่สถานที่ที่เราเลือกและอาจจะต้องมีการเจรจาต่อรองตกลงกันได้เป็นกรณีๆ ไป เมื่อตกลงราคาได้แล้วก็ไปเที่ยวกันเลย ส่วนกลุ่มไหนที่มานอนเกาะกงรีสอร์ทจริงๆ ก็คุยเรื่องทริปเที่ยวในเกาะกงไปด้วยเลยก็ได้เค้าสามารถหาให้ได้อยากไปไหนๆ ก็คุยกันไว้ก่อนเดินทาง ต่อไปเมื่อมีคนรู้จักเส้นทางท่องเที่ยว คลองใหญ่-เกาะกง 








จากชายแดนบ้านหาดเล็กตอนนี้รถที่เรานั่งขับชิดขวาตรงข้ามกับไทยทีแรกงงๆ ลุ้นๆ เกร็งๆ แปลกๆ หลังๆ เราก็เริ่มชินแล้ว โปรแกรมแรกของเราในต่างประเทศ (พูดให้ดูดีว่ามาต่างประเทศ) คือวัดปากคลอง นั่งรถนานอยู่เหมือนกันนะ ช่วงแรกๆ ตื่นเต้นๆ เราก็จะมองเห็นเกาะกงรีสอร์ทเพราะรถผ่านให้เราชมที่นี่เป็นโรงแรมที่ดูเหมือนวังเลยนะ ผ่านไปอีกหน่อยมีเทวสถานโกรวครก เป็นลักษณะมณฑปสี่เหลี่ยมด้านในมีพระพุทธรูปปางนาคปรกจะแวะถ่ายรูปหรือไม่แวะก็ได้ พวกเราก็ต้องขอแวะหน่อยเป็นธรรมเนียม (แหมไม่ได้มาบ่อยๆ นิ มีที่แวะกี่ที่เราก็เอาหมดแหละ) ลงจากรถมีเดินขึ้นเนินไปอีกหน่อยถึงจะถึงเทวสถานถ้าเวลาไม่มากหรือไม่อยากจะเหนื่อยตอนนี้ก็เลยไปเลยไม่แวะก็ได้

อีกพักใหญ่ๆ ถนนสายนี้พาเราผ่านช่วงที่ไม่มีอะไรตื่นตาไม่มีแม้แต่บ้านคนเราก็เริ่มง่วงบางช่วงก็หลับนานเหมือนกันกว่าจะมารู้ตัวว่ารถกำลังชะลอเหมือนจะเลี้ยวตรงทางแยกพอลืมตามาดูก็เห็นวงเวียนว่าจะเอากล้องขึ้นมาถ่ายรูปก็ไม่ทันซะแล้วจากนั้นไปอีกพักหนึ่งก็ถึงวัดปากคลอง หน้าวัดเป็นหาดทรายเราก็ถ่ายรูปทั้งในวัดทั้งหน้าหาดถ่ายให้เยอะๆ ให้คุ้มๆ ในวัดปากคลองไม่แน่ใจว่าภาษากัมพูชาออกเสียงว่ายังไงแต่คนไทยเรียกวัดปากคลองกันหมด เป็นวัดพุทธที่เหมือนไทยมากๆ พระมาสวดมนต์ให้พรรับถวายสังฆทานบทสวดแม้สำเนียงจะไม่ตรงกันเป๊ะแต่หลายๆ คำเราฟังออกว่าเป็นบทเดียวกันกับไทยนี่แหละ เสร็จจากการทำบุญไหว้พระได้คุยกับเจ้าอาวาสเรื่องประวัติของวัดนิดๆ 







จากวัดปากคลองไปตามถนนสายเดิม NR48 ไม่นานก็ถึงร้านอาหารของเรา ที่จริงร้านอาหารในเกาะกงมีหลายร้านแต่ละร้านก็มีอาหารหลายอย่างแม้ไม่มีร้านอาหารไทยแบบใหญ่ๆ ดังๆ แต่อาหารที่ขายในร้านอาหารของเกาะกงก็มีรสชาตที่เรากินได้หลายๆ อย่าง และเราอยากแนะนำว่ามาเที่ยวแบบนี้ควรกินอาหารของเค้าดูบ้างจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และอีกอย่างหนึ่งถ้าไปสั่งอาหารไทยในภัตตาคารของต่างประเทศส่วนมากทำออกมากินไม่ได้เพราะรสไม่คุ้นกับที่เคยกินแล้วมันจะเสียความรู้สึกเปล่าๆ ร้านที่เราเลือก Cafe Laurent ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีเมนูอาหารเยอะมาก เป็นอาหาร เวียดนาม กัมพูชา ฝรั่งเศส (เห็นมั้ยว่าไม่มีอาหารไทย แต่ถึงมีก็แนะนำว่าอย่าไปสั่ง) 






อิ่มอร่อยกับรสชาตใหม่ๆ ในต่างแดนเสร็จแล้วเราควรต้องเดินทางกันต่อเพราะจะเน้นว่ามาเที่ยวต่างประเทศใช้เวลาให้เป็นอย่าโอ้เอ้เดี๋ยวขาดทุน ถนนในกัมพูชาโดยเฉพาะที่เกาะกงมีสายหลักๆ ได้รับการพัฒนาเป็นถนนที่ดีเรียบเป็นทางยาวๆ แต่ก็ยังมีบางสายและบางช่วงที่ยังต้องปรับปรุงไม่แตกต่างกับบ้านเราขนาดในกรุงเทพฯ ยังมีถนนเกือบทุกสายที่ควรได้รับการปรับปรุง การเดินทางในเกาะกงเป็นแบบสโลว์ไลฟ์ ไปแบบไม่เร็วเท่าไหร่นักไม่เหมือนบ้านเราที่ถนนทุกสายเป็นเหมือนสนามแข่งรถ นั่งไปเพลินๆ รถก็มาส่งเราที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง ตามโปรแกรมเที่ยวของเราคือไปน้ำตกตาไต น้ำตกที่ยิ่งใหญ่สวยงามมากๆ ที่บ้านเราไม่มีแบบนี้เลยต้องมาดูบ้านเค้า น้ำตกแห่งนี้เกิดจากแม่น้ำทั้งสายกลายเป็นน้ำตกเหมือนคอนพะเพ็งของลาว การจะไปต้องล่องเรือไปจากนั้นมีเวลาให้เราลงไปเดินเล่นใกล้ๆ 



น้ำตกอีกหน่อยก็เดินทางกลับ




ต่อจากน้ำตกตาไตเราก็เดินทางกันต่อไปป่าโกงกางบางคายัก ป่าโกงกางที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย 



ตอนขาไปใช้การล่องเรือไปต่อด้วยการเดินข้ามสะพานแขวนเป็นสะพานแขวนที่ยาวมากๆ เสียวสุดๆ ขากลับเหมือนมีทางเดินเลาะกลับได้อีกทางจบน้ำตกตาไต กับป่าโกงกางบางคายัก ใช้เวลาช่วงบ่ายของวันหมดไปอย่างรวดเร็ว น้ำตกก็ยิ่งใหญ่สวยงาม ป่าโกงกางก็ใหญ่สุดๆ เที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ และยังโลว์คาร์บอนถนอมรักโลกกันไป นั่งเรือรวมๆ กันไปสนุกดี ตอนนี้เราก็ได้เวลาเดินทางกลับเกาะกงรีสอร์ท จากแหล่งท่องเที่ยวของเราก็ใช้เวลาไม่ใช่น้อยกว่าจะกลับมาถึงที่พักก็เล่นเอาซะเกือบไม่ทันเห็นแสงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าไปอย่างช้าๆ 


ตรงหาดทรายของโรงแรม



สนุกสุดๆ กับทุกแหล่งท่องเที่ยวที่คัดสรรมาให้ลงตัวสำหรับวันเดย์ทริปเกาะกง นี่ถ้ามีเวลาหลายวันเราจะสำรวจแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ มาฝากกันอีกเผื่อว่าใครจะข้ามไปเที่ยวซักหลายๆ วัน แต่ทริปนี้เราวางแผนมาวันเดียวเอาละกินข้าวเย็นที่โรงแรมแล้วก็เข้านอน






วันต่อมาของทริปที่แสนสนุกของเราวันนี้เราใช้ในการเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่ไม่กลับมือเปล่าเรายังวางแผนไว้ว่าเส้นทางขากลับต้องมีการเที่ยวกันอีกหน่อย ออกจากเกาะกงรีสอร์ทเดินทางมาถึงพรมแดนด่านบ้านหาดเล็กใช้เวลาไม่นาน ถึงเมืองไทยที่รักของเราแล้ว เดินช้อปนิดๆ หน่อยๆ แว่นตา นาฬิกา น้ำหอม อะไรก็ว่ากันไปมีให้เลือกมากมาย ที่ตลาดบ้านหาดเล็ก จากนั้นเดินทางกันต่อไปที่แหลมศอกตีตั๋วซื้อบัตรเรือเฟอร์รี่เที่ยวเที่ยงครึ่งข้ามไปเที่ยวเกาะกูด เป็นการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวที่สุดยอดจริงๆ มาตราดทริปเดียวเที่ยวคุ้มเวอร์ เรือแล่นข้ามทะเลใช้เวลาสั้นๆ ถึงเกาะกูดที่อ่าวสลัด จากนั้นรถของรีสอร์ทที่เราเลือกจะมารับทันที สำหรับเราอ่าวพร้าวบีช ก็ขึ้นรถไปเลยปกติเวลาที่เรามาถึงเกาะรถมารับไปส่งรีสอร์ทจะเป็นเวลาที่เช็คอินพอดีและการเช็คเอาท์ก็อัตโนมัติสายๆ ของวันต่อไปเราต้องเช็คเอาท์และขึ้นเรือกลับฝั่ง 




บนเกาะกูดก็มีหาดสวยๆ หลายหาด ไม่ว่าจะพักที่ไหนก็นั่งรถมาเที่ยวได้ทุกหาดค่อยๆ หารถที่ผ่านมาเหมือนสองแถวแต่ปกติไม่ได้วิ่งประจำทางซะทีเดียว คนมาเที่ยวเกาะกูดส่วนมากถ้ามาคืนเดียวก็ไม่ค่อยจะไปไหนเลือกดื่มด่ำกับความสวยงามและสงบของหาดหน้ารีสอร์ทที่เราเลือกจนได้เวลาข้ามกลับฝั่ง ถ้าชื่นชอบการเที่ยวบนเกาะกูดและไปต่อเกาะหมากเกาะขามคงต้องมาหลายวัน แล้วมันจะเป็นทริปเกาะสวรรค์กันเลยทีเดียว




เก็บเกี่ยวเอาความสุขสงบริมหาดทรายที่แสนสวยงามของเกาะกูด ถ่ายรูปเก็บเอาความทรงจำดีๆ เก็บไว้ในกล้อง จวบจนสิ้นแสงแห่งตะวัน เราก็ต้องลาหาดทรายสายลมเข้าห้องพักนอนเอาแรง ทบทวนความทรงจำอันมีค่าของเราด้วยการเปิดรูปที่ถ่ายตั้งแต่วันแรกๆ 



ขึ้นมาดูแล้วก็ส่งเสียงหัวเราะกันในหมู่เพื่อนๆ ร่วมคณะเมื่อใครสักคนงัดเอารูปหลุดๆ ขึ้นมาวิพากษ์ ช่วงเวลานี้แหละเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เชื่อว่าหลายๆ กลุ่มคงเป็นเหมือนๆ กัน ได้เวลาอันสมควรแล้วแยกย้ายเข้านอนราตรีสวัสดิ์





จบการเดินทางทริปสุดฝันแดนตะวันออก ตราด-เกาะกง ของเราง่ายๆ ด้วยการเก็บของใส่กระเป๋าเช็คเอาท์ขึ้นเรือกลับฝั่งแหลมศอก บอกตรงๆ ว่าถ้ามีเวลากว่านี้กะว่าจะไปเกาะหมาก เกาะขาม เกาะช้าง นอนเกาะช้างกลับฝั่งทางแหลมงอบ ไปนู่นเลย แต่ก็ได้แค่คิดเพราะถ้าทำแบบนั้นต้องนั่งรถไปเอารถที่จอดไว้ที่แหลมศอกอีก แต่ถ้ามารถตู้เช่ามีคนขับให้ละก็แผนนี้ก็ไม่เลวนะ คราวหน้าอาจจะลองดูแล้วจะเขียนมาเล่าสู่กันฟังอีก สำหรับทริปนี้สวัสดีครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านคร้าบบบบ






ขับเคลื่อนโดย Blogger.