วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

“แล้อุปั๊ดตะก่า เข้าพรรษา ค้นหาธรรม ตาก มีมากกว่าที่คิด”


 “แล้อุปั๊ดตะก่า เข้าพรรษา ค้นหาธรรม ตากมีมากกว่าที่คิด”
ณ วัดแม่ซอดหน้าด่าน อ.แม่สอด จ.ตาก
 29 กรกฎาคม 2558






-------------------------------------------------------------------------------------   
“เข้าพรรษา” แปลว่า “พักฝน” หมายถึง การที่พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งในช่วงระหว่างฤดูฝนตลอด 3 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 8
 ซึ่งในปีนี้ได้ตรงกับวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2557... 

“แล้อุปั๊ดตะก่า” เป็นประเพณีแห่รับข้าวพระพุทธของคนเชื้อสายไทยใหญ่ในแม่สอด คำว่า “แล้อุปั๊ดตะก่า” เป็นภาษาไทยใหญ่ หมายถึง คณะอุบาสกแห่รับข้าวพระพุทธจากผู้มีจิตศรัทธาถวายพระพุทธเจ้า ซึ่งจะจัดขึ้นในหนึ่งวันก่อนวันเข้าพรรษาของทุกปี 
ประเพณีนี้เป็นประเพณีของคนท้องถิ่นคนไทยใหญ่ (คนไต) กล่าวคือ คนไทยใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาอย่างเดียวและยึดเหนี่ยวจิตใจ ในทุกบ้านทุกหลังคาเรือนจะมีหิ้งพระพุทธรูปไว้ในบ้าน บูชาด้วยดอกไม้สด ธูป เทียน เป็นเครื่องสักการะ และในทุกๆ เช้าจะถวายข้าวพระพุทธ
ก่อนอื่นเป็นประจำ โดยถือเป็นกิจวัตรและจะสอนให้ลูกหลานได้ถือประพฤติปฏิบัติตาม
และสืบทอดจนมาถึงทุกวันนี้


และในปีนี้พิธี “แล้อุปั๊ดตะก่า” จะจัดขึ้น 
ณ วัดแม่ซอดน่าด่าน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
 โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 
เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป และจะจัดพิธีนี้ในทุกวันโกน 
(วันก่อนวันพระ 1 วัน) 
ตลอด 3 เดือน 


พิธีกรรมนี้เป็นพิธีกรรมที่สืบทอดกันมาแต่ช้านาน ถือเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ โดยผู้เข้าร่วมในขบวนจะต้องเป็นชายที่นุ่งขาวเท่านั้น ห้ามมิให้หญิงเข้าร่วมแต่ก็สามารถเดินร่วมชมตามหลังขบวนได้ การแห่จะเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีสีสันจากขบวนตุงที่หลากหลายสี เป็นทิวแถวสวยงาม มีศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์อันเก่าแก่ของคนไทยใหญ่ คือการ “รำโต” หรือชาวบ้านเรียกว่า “รำกินกะร่า” หรือเรียกว่าการรำสิงโตนั่นเอง ลักษณะจะคล้ายกับการเชิดสิงโตของชาวจีนใช้แสดงเฉพาะในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่เท่านั้นทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวเมือง โดยบรรพบุรุษของชาวไทยใหญ่ถือว่า “โต” เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งในป่าหิมพานต์ที่มีรูปร่างคล้ายกับจามรี แต่จะมีขนที่ยาวกว่าและมีเขาคล้ายกวาง ถือเป็นสัตว์นำโชคและจะนำมาซึ่งความรุ่งเรือง โดยจะรำคู่กับการรำกินรีที่จะมีให้เห็นได้เฉพาะตามถิ่นแถวนี้เท่านั้น 



นางสาวธมลวรรณ เรืองขจร ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานตาก ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าด้วยศรัทธาและความเชื่อก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบสานจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้ประเพณีถวายข้าวพระพุทธ “แล้อุปั๊ดตะก่า” กลายเป็นเอกลักษณ์อันงดงามของชาวไทยใหญ่แห่งเมืองแม่สอดที่เดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ เมื่อท่านมาเยือนวัดแม่ซอดน่าด่าน ท่านยังได้พบกับสถาปัตยกรรมของชาวไทยใหญ่ ที่หาดูได้ยากในปัจจุบันอีกด้วย และนอกจากจะได้รับความสุขจากการค้นหาธรรมในช่วงเข้าพรรษา เมืองตากยังมีธรรมชาติที่งดงาม ตลอดจนวิถีชีวิตของท้องถิ่นที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิม รวมถึงอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลองตามวิถีไทยแท้ที่อยากให้ทุกท่านมาสัมผัสด้วยตนเอง....
 สำหรับการเดินทาง  จากกรุงเทพ ฯ ตามถนนทางหลวงหมายเลข  1  เข้าสู่จังหวัดตากจากนั้นแยกซ้ายใช้ถนนทางหลวงหมายเลข  12  มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สอด ผ่านวงเวียนแม่สอดเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนประสาทวิถี ตรงไปจนถึงโรงเรียนสรรพวิทยาคม วัดแม่ซอดน่าด่านอยู่เลยโรงเรียนไปประมาณ 100 เมตรอยู่ด้านซ้ายมือ


ติดต่อสอบถามข้อมูลและเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก  เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 –16.30 น. โทร.0-5551-4341-3 tattak@tat.or.th หรือดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมที่
www.facebook.com/taktravel 



“แล้อุปั๊ดตะก่า เข้าพรรษา ค้นหาธรรม ตากมีมากกว่าที่คิด”
ณ วัดแม่ซอดหน้าด่าน อ.แม่สอด จ.ตาก
 29 กรกฎาคม 2558
  --------------------------------------------------------------------------------------  

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตาก ขอเชิญเข้าร่วมงาน “แล้อุปั๊ดตะก่า” เป็นประเพณีแห่รับข้าว

พระพุทธของคนเชื้อสายไทยใหญ่ในแม่สอด คำว่า “แล้อุปั๊ดตะก่า” เป็นภาษาไทยใหญ่ หมายถึง คณะอุบาสกแห่รับข้าวพระพุทธจากผู้มีจิตศรัทธาถวายพระพุทธเจ้า ซึ่งจะจัดขึ้นในหนึ่งวันก่อนวันเข้าพรรษาของทุกปี ตาก โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 
เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป
 และจะจัดพิธีนี้ในทุกวันโกน (วันก่อนวันพระ 1 วัน) ตลอด 3 เดือน ณ วัดแม่ซอดน่าด่าน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก


ติดต่อสอบถามข้อมูลและเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก  เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 –16.30 น. โทร.0-5551-4341-3 tattak@tat.or.th หรือดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมที่
www.facebook.com/taktravel 


















































ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.