วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

คาราวานพิชิต 19 จังหวัดภาคกลาง ปีที่ 4 วันสุดท้าย 8 พฤษภาคม 2558 ( ฉะเชิงเทรา – สมุทรปราการ – กรุงเทพมหานคร)



พระพิฆเนศ ปางยืน องค์ใหญ่ที่สุดในโลก รุ่นเนื้อสำริด สำเร็จ สมปรารถนา จ.ฉะเชิงเทรา

เทวสถานอุทยานพระพิฆเนศร์แห่งนี้ จัดสร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สมาคมชาวฉะเชิงเทรา กับ มูลนิธิน้ำใจไทย ในครั้งนี้มีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีมหาเทวาภิเษกฯ


รวม การเดินทางตลอด 8 วัน 19 จังหวัด ระยะทาง 2,106 กม.  


พระพิฆเนศองค์นี้มีชื่อเรียกว่า "พระพิฆเนศปางยืน องค์สำริด สำเร็จ สมปรารถนา"สำหรับวัตถุประสงค์ในการสร้าง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา และของประเทศไทย อีกทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ การขายพืชผล ก่อให้เกิดการสร้างงานในท้องถิ่น และเป็นอนุสรณ์สถานที่ทรงคุณค่าชั่วลูกชั่วหลานสืบไป
นับได้ว่าเป็นองค์พระพิฆเนศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดสูงถึง 39 เมตร เนื้อองค์ทำจากสำริด (ประกอบด้วย ซิลิคอน, แมงกานีส, นิเกิล, เหล็ก, ดีบุก, ตะกั่ว, สังกะสี, ทองแดง) พระหัตถ์ทั้ง 4 นั้นถือ ดอกบัว, มะม่วง, กล้วย, อ้อย และขนุน และที่พระบาทมีหนูกอดลูกมะพร้าว ซึ่งมีความหมาย คือ ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน พระพิฆเนศปางสำริด สำเร็จสมปรารถนานี้จะประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา

ปั้น คือ นายพิทักษ์ เฉลิมเล่า ข้าราชการกรมศิลปากร ผู้มีผลงานอาทิเช่น การซ่อมแซมพระพรหมเอราวัณ งานประติมากรรม นารายณ์กวนเกษรียรสมุทร ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

สำหรับผลงานประติมากรรมพระพิฆเนศร์องค์นี้มีองค์ประกอบที่โดดเด่น คือ พระหัตถ์ 4 ถือพืชพรรณธัญญาหาร ดังนี้ 1.กล้วย 2.ยอดอ้อย 3.ขนุน 4.มะม่วง

และเป็นผลงานประติมากรรมเพียงองค์เดียวจากนับร้อยองค์ที่ส่งเข้าประกวดที่มีผลไม้ต่างๆ ถืออยู่ครบทุกหัตถ์ และนับเป็นความลงตัวอย่างที่สุด ที่คณะกรรมการสมาคมชาวฉะเชิงเทรา ได้พระพิฆเนศองค์นี้มาเป็นต้นแบบ และสถานที่ประดิษฐานนั้นยังเป็นพื้นที่ ที่อุดมไปด้วยพืชผักผลไม้ที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะเป็นแหล่งมะม่วงที่ดีที่สุดของประเทศไทย










เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2506 โดยนายเล็ก วิริยะพันธุ์ นักธุรกิจเจ้าของบริษัทวิริยะประกันภัย เป็นสถานที่รวบรวมวัฒนธรรม ของไทย อาทิ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515

เมืองโบราณตั้งอยู่ในเขตตำบลบางปูใหม่ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 33 ถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ห่างจากตัวจังหวัด 8 กิโลเมตร มีพื้นที่ 800 ไร่ ลักษณะที่ดินมีผังบริเวณคล้ายรูปขวาน เหมือนกับอาณาเขตของประเทศไทย [1] ภายในจะมีโบราณสถาน ปูชนียสถาน วัดโบราณ พระราชวัง ต่างๆ เป็นต้น และยังมี ส่วนรังสรรค์เป็นสถานที่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของไทย มีไว้จัดแสดงที่นี่ด้วย ภายในเมืองโบราณยังมีค่ายพักแรม ชื่อว่า "ค่ายริมขอบฟ้า"











พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA #กรุงเทพมหานคร

เกิดจาก “ความหลงใหลในงานศิลปะ” ของ คุณบุญชัย เบญจรงคกุล แต่เหตุผลหลักที่แท้จริงนั้น คุณบุญชัยเปิด พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย อย่างเป็นทางการ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อเชิดชูเกียรติของ “บิดาแห่งศิลปะไทยร่วมสมัย” หรือ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี



















จากหลักปรัชญา “ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว” ซึ่ง ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้วางรากฐานเพิ่มพูนทักษะทางศิลปะให้บรรดาลูกศิษย์ ผสานความเชื่อ ความศรัทธาแบบดั้งเดิม เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยไว้อย่างลงตัว สะท้อนทั้งความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมและความเป็นอารยะของชนชาติไทย
งานศิลปะที่จัดแสดงใน พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA เป็นผลงานทัศนศิลป์ จากศิลปินหลายรุ่นระดับชั้นครู  แสดงถึงพลังความมุ่งมั่นของศิลปินไทย ในการคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ไทยอย่างเหนียวแน่น

ตัวอาคาร พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA ได้แนวคิดจากการนำหินทั้งก้อนมาแกะสลักอย่างประณีตบรรจงเป็นลายก้านมะลิ แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ขณะเดียวกันลายฉลุเหล่านี้ ยังเป็นช่องให้แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านมายังภายในอาคาร โดยในช่วงเวลาและฤดูกาลที่แตกต่างกันยังให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไปด้วย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA เสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 มุ่งเน้นรากฐานอันมั่นคงและช่วยส่งเสริมให้ “สังคมศิลปะ” ในประเทศไทยเจริญงอกงามในทุกแขนง

พิพิธภัณฑ์ ศิลปะไทยร่วมสมัย เปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-18.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) ส่วนค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 180 บาท, นักเรียน 80 บาท, พระภิกษุ สามเณรผู้สูงอายุ ผู้พิการ ทุพพลภาพ ไม่เสียค่าเข้าชม หากแสดงบัตรประจำตัว และหากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ ก็สามารถโทรมาสอบถามได้ที่ 0 -2953 -1005-7

คนที่มีใจรักในงานศิลปะโดยเฉพาะจิตรกรรมที่ร่วมสมัย และอยากรู้จักผลงานของศิลปินไทยในคอลเลคชั่นของเจ้าสัวบุญชัยว่ามีคุณค่า เพียงใด ก็ลองแวะมาพิสูจน์ให้เห็นด้วยตาตัวเองดู แล้วจะรู้ว่า “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” ดังปรัชญาของอ.ศิลป์ พีระศรี นั้นจริงแท้ขนาดไหน

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA 499/50 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 ซึ่งการเข้าชมนั้นค่อนข้างมีกฎข้อห้ามพอสมควร เพื่อการรักษาผลงานศิลปะที่จัดแสดง ก่อนไปก็สามารถดูรายละเอียดจากเว็บไซต์ www.mocabangkok.com





ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.