เที่ยวไปใหญ่

เที่ยวไปใหญ่: คน ชอบ กิน ท่องเทียว เฟี้ยว แงาะ https://www.facebook.com/yaitravel/ ถ้าชอบกดไลค์ ถ้าใช่กดแชร์

ad

Ads Here

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

คาราวานพิชิต 19 จังหวัดภาคกลาง ปีที่ 4 วันที่ 2


นางอินทิรา วุฒิสมบูรณ์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม

ทีมงาน สสส.ร่วมคณะคาราวานพิชิต 19 จังหวัดภาคกลาง ธีมท่องเที่ยววิถีชุมชน
‪#‎ท่องเที่ยววิถีไทย‬ เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร @
ตลาดน้ำท่าคา จ.สมุทรสงคราม



คาราวานพิชิต 19 จังหวัดภาคกลาง ปีที่ 4 วันที่ 2





วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 (เพชรบุรี – สมุทรสงคราม  - นครปฐม)

        ตลาดน้ำท่าคา   เป็น สิ่งหนึ่งที่คู่มากับจังหวัดสมุทรสงคราม ก็คือแม่น้ำลำคลองน้อยใหญ่ ซึ่งมีอยู่มากมาย ทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านผูกพันกับแม่น้ำลำคลองเรื่อยมา ทั้งการสัญจรไปมาหาสู่กัน การประกอบอาชีพต่าง ๆ การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า และสิ่งหนึ่งที่สะท้อนภาพชุมชนริมน้ำได้ชัดเจน คือ ตลาดน้ำ ที่มีมาตั้งแต่ครั้งอยุธยา ในสมัยนั้นชาวบ้านจากสมุทรสงครามจะพายเรือนำพืชผัก ผลไม้ กุ้ง หอย ปู ปลา กะปิ น้ำปลา กุ้งแห้ง ปลาเค็ม ล่องเข้าไปขายต่อเนื่องถึงสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ก่อนที่ตลาดน้ำจะค่อยๆ ลดน้อยลงไปราว 60 ปีที่แล้วเมื่อการสัญจรทางบกสะดวกขึ้น ภาพความคึกคักจอแจของผู้คนและเรือบรรทุกพืชผล สินค้า แน่นขนัดในลำคลอง เสียงเจรจาซื้อขาย พูดคุยทักทายกันทั่วท้องน้ำ นับวันจะหาดูได้ยากยิ่ง แต่ความมีชีวิตชีวาเหล่านี้ยังคงมีอยู่ที่ "ตลาดน้ำท่าคา"




ตลาดน้ำจะมีในวันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันขึ้นหรือวันข้างแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00- 12.00 น
บริเวณตลาดน้ำท่าคาบรรยากาศสองฝั่งน้ำร่มรื่นด้วยสวนมะพร้าวและสวนผลไม้ ตั้งแต่ 7 โมงเช้า ชาวบ้านจะเริ่มทยอยพายเรือออกมาจากสวน บ้างก็มาจากละแวกใกล้เคียงบรรทุกผลไม้ พืชผัก ขนม ของกินของใช้ ล่องมาขาย สินค้าที่หลากหลายเหล่านี้เป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวในท้องถิ่น สภาพภูมิประเทศ พืชพันธุ์ ผลผลิต วิถีชีวิตผู้คน ตลาดน้ำจึงเป็นตัวเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันไว้ด้วยกัน เป็นศูนย์กลางการพบปะของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวจากภายนอก บริเวณที่ติดตลาดมีทางเดินปูนริมน้ำและสะพานข้ามคลอง ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมตลาดน้ำได้อย่างทั่วถึง

บริเวณด้านหน้าทางเข้าตลาดน้ำมีศูนย์ต้อนรับนักท่องเที่ยวของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรตลาดน้ำท่าคา มีสินค้าและผลิตภัณฑ์ในชุมชนจำหน่าย มีการสาธิตการเคี่ยวตาล หยอดตาล และบริการพาล่องเรือเที่ยวสวน





สมุทรสงคราม จังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศ เป็นเมืองที่มีความสำคัญยิ่งในด้านประวัติศาสตร์ เนื่องด้วยเป็นเมืองพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ โดยเฉพาะแม่น้ำคลองทำให้เกิดวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีความผูกผันกับสายน้ำและคงเอกลักษณ์แห่งวัฒนธรรมไว้อย่างเหนี่ยวแน่น นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวเลือกชิมสดๆ นานาชนิด ด้วยมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิตดั้งเดิม จึงทำให้สมุทรสงครามมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนไม่ขาดสาย
ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา สำหรับใครที่ได้มาเยือนสมุทรสงครามต้องไม่พลาดมาตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำยามเย็นแห่งเดียวในประเทศ ที่รื้อฟื้นบรรยากาศการค้าขายทางน้ำให้คึกคักตลอดเรือนแถวไม้ริมน้ำสองฝั่งคลอง นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือตามหาหิ่งห้อยใต้ต้นลำพู แล้วกลับมาพักผ่อนในบ้านพักหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบติดริมน้ำและแบบบ้านสวน ยามเช้าใส่บาตรดื่มด่ำไปกับวิถีชีวิตผู้คนริมสายน้ำแม่กลอง (เปิดวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
คลิกๆ http://www.tiewpakklang.com/best-places/138/แหล่งท่องเที่ยวแปลกๆ Unseen #สมุทรสงคราม แนะนำไปเที่ยวชม....
ตลาดร่มหุบ Talat Rom Hup (Market on the Railway Track)
ตลาดขายสินค้าบนรางรถไฟเมื่อรถไฟผ่านมาพ่อค้าแม่ค้าจะรีบหุบร่มกันอย่างพร้อมเพรียง และเมื่อมาถึงสมุทรสงครามพลาดไม่ได้กับปลาทูอันแสนอร่อยที่มีเอกลักษณ์
ไม้ตะเคียน 7 แผ่น Wooden Ubosot at Wat Bangkae Noi
มหัศจรรย์กับโบสถ์ไม้แกะสลัก พื้นโบสถ์สร้างด้วยไม้ตะเคียนเพียง 7 แผ่น ณ วัดบางแคน้อย อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
พระพุทธรูปมีพระบาทเพียง 9 นิ้ว Buddha Iamge (with the 9 toes)
วัดเขายี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์มีนิ้วพระบาท 9 นิ้ว (เล่ากันว่านิ้วที่ 10 อยู่ที่ วัดใหญ่สุวรรณาราม จ.เพชรบุรี (เล่ากันว่านิ้วที่ 10 อยู่ที่วัดใหญ่สุวรรณาราม จ.เพชรบุรี ซึ่งอยู่ใน Unseen in Thailand โครงการ 2 พระพุทธรูปมีนิ้วพระบาทจำนวน 11 นิ้ว) นอกจากนี้พระพุทธไสยาสต์องค์นี้ยังประดิษฐานอยู่บนยอดเขาเพียงลูกเดียวของจังหวัดอีกด้วย
คลิกๆดูรายละเอียด http://www.tiewpakklang.com/unseen/299/











ททท.สมุทรสงคราม (ดูแลพื้นที่การตลาดท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม) ขอต้อนรับสู่จังหวัดนครปฐม เป็นจังหวัดที่ 5 ในวันที่ 2 (2พ.ค.) ของการเดินทางคาราวานขับรถเที่ยวพิชิต 19 จังหวัดภาคกลาง













จังหวัดนครปฐม จังหวัดเล็กๆ ใกล้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับประกอบอาชีพเกษตรกรรมจึงมีผลไม้ขึ้นชื่อมากมาย โดยเฉพาะส้มโอจนได้ชื่อว่า “เมืองส้มโอหวาน” และอาหารขึ้นชื่ออีกนานาชนิด
นครปฐมเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีจำนวนมากที่บ่งบอกว่าบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงในสมัยทวารวดี มีปูชนียสถานเก่าแก่ที่สำคัญคือ “พระปฐมเจดีย์” ซึ่งนับเป็นร่องรอยของการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้ามาในประเทศไทยในยุคแรกๆ
พระปฐมเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ใหญ่ รูประฆังคว่ำ ปากผาย โครงสร้างเป็นไม้ซุง รัดด้วยโซ่เส้นมหึมา ก่ออิฐ ถือปูน ประดับด้วยกระเบื้องปูทับ ประกอบด้วยวิหาร 4 ทิศกำแพงแก้ว 2 ชั้น เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า อันเป็นที่เคารพสักการบูชาของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ทางวัดกำหนดให้มีงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึง วันแรม 5 ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วัน 9 คืน เป็น ประจำทุกปี
(ภาพพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย, ส้มโอ, สวนสามพราน, โรสการ์เด้น, ตลาดน้ำวัดลำพญา, ดอนหวาย, กล้วยไม้,ตลาดบางหลวง) สนใจรายละเอียด คลิกๆ http://www.tiewpakklang.com/best-places/95/





Woodland Museum & Resort แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ตั้งอยู่ที่อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ริมแม่น้ำนครชัยศรี(ท่าจีน) จังหวัดนครปฐม ภายใน Woodland Museum &Resort ภายในมีสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย
“ เมืองไม้ ”อาคารแสดงงานไม้แกะสลักขนาดใหญ่มากที่มีความสูง1.50-3.50 เมตรจํานวนมากกว่า 2000 ชิ้น และ ผลงานไม้แกะสลักขนาดต่างๆ อีกกว่า 3000 ชิ้น“วู้ดแลนด์เมืองไม้” ได้บรรจงจัดการแสดงไม้แกะสลักไว้อย่างพิถีพิถันโดยสถาปนิกไทย ผู้มีประสบการณ์ ในการจัดพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในมหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสถึงมหัศจรรย์แห่งการก่อเกิดธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ที่นํามาซึ่งชีวิต ความเชื่อและตํานานศักดิสิทธ์ต่างๆ ที่จะทําให้ผู้เข้าชมได้เพลิดเพลิน และ ตื่นตะลึงถึงความงดงาม และความมหัศจรรย์ ของศิลปะแห่งธรรมชาติรวมไปถึงความงดงามทางศิลปะที่มนุษย์ได้บรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยความประณีต จากหลายประเทศในแถบเอเซีย ไทย จีน พม่า กัมพูชา อินโดนีเซีย ฯลฯและชมวัตถุโบราณอายุ 200-300ปี








พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย นครปฐม (Thai Human Imagery Museum)

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย เกิดจากแรงบันดาลใจของผู้สร้างสรรค์กลุ่มหนึ่งนำโดย อาจารย์ดวงแก้วพิทยากร ศิลป์ ที่สนใจการสร้างหุ่นขี้ผึ้ง และศึกษาค้นคว้าทดลองเป็นเวลานานกว่า 10 ปี จึงประสบความสำเร็จ สามารถสร้างหุ่น ขี้ผึ้งยุคใหม่จากไฟเบอร์กลาสที่มีความคงทน ประณีต งดงาม เหมือนคนจริงที่สุด จนคณะผู้ร่วมงานเห็นสมควรที่ จะสนับสนุนให้ก้าวหน้าต่อไป เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติและศิลปินไทย จึงเริ่มโครงการก่อตั้งพิพิธ ภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ไทยในปี พ.ศ. 2525 สำหรับเป็นสถานที่สร้างและจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส เพื่อการ อนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีไทย อันจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชน โดยปัจจุบันมีหุ่นไฟเบอร์กลาสทั้งหมด 120 รูปอาคารพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนี้เป็นอาคารสองชั้น โดยมีการจัด แสดง ด้วยกันสองชั้นคือ ชั้นล่าง จัดแสดงหุ่นชุดต่างๆ เช่น ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงค์จักรี, พระบรมรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, ชุดพระอริยสงฆ์, ชุดมุมหนึ่งของชีวิต เป็นต้น
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย  เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดง หุ่นขี้ผึ้ง ที่หล่อจาก ไฟเบอร์กลาส แห่งแรกของประเทศไทย เกิดจากแรงดลใจของ ผู้สร้างสรรค์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งนำโดย อ.ดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ ทำการศึกษาขี้ผึ้งยุคใหม่จากไฟเบอร์กลาส ซึ่งค้นคว้าทดลองเป็นเวลานานกว่า 10 ปี จึงประสบความสำเร็จ  สามารถสร้างหุ่นมีลักษณะเหมือนคนจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผิว ดวงตา แขน เส้นผม  ที่มีความคงทน ประณีต งดงาม เหมือนคนจริงที่สุด และมีวัตถุประสงค์ ในอันที่จะส่งเสริม เผยแพร่ อนุรักษ์ไว้ซึ่ง ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของไทย อันจะเป็นประโยชน์ ในการศึกษาค้นคว้าของเยาวชนสืบไป
ได้ที่

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย

๔๓/๒ หมู่ ๑ ถนนบรมราชชนนี

(ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) กม.๓๑

ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ๗๓๑๒๐

โทร. ๐-๓๔๓๓-๒๖๐๗, ๐-๓๔๓๓-๒๑๐๙













เข้าพักที่ รร ไมด้า รร ใหม่พึงเปิดทำการ ที่นครปฐม

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.